ทนายความจังหวัดกาญจนบุรี 083 940 7744

ทนายความจังหวัดกาญจนบุรี 083 940 7744

เปิดหน้าต่อไป

มารู้จักเมืองกาญจนบุรี

ทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี
ทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี

คำขวัญจังหวัดกาญจนบุรี

แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก

ประวัติเมืองกาญจนบุรี

เมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองโบราณเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทุกยุคสมัย สามารถแบ่งออกเป็นยุคสมัยตามหลักฐานที่พบ ได้ดังนี้


สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มกำเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ สิงสาราสัตว์มากมาย เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งอาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมายได้แก่ เครื่อมือหินกะเทาะ เครื่องมือสมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ ภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำ โลงศพ ฯลฯ ตามถ้ำเพิงผา และตามลำน้ำแควน้อยแควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มแม่น้ำแม่กลอง

สมัยทวาราวดี
เมื่ออินเดียได้เดินทางเข้ามาค้าขาย และเผยแพร่พุทธศาสนายังแคว้นสุวรรณภูมิ ในราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 16 พบหลักฐานศิลปะอินเดียสมัยคุปตะในสมัยทวาราวดี ตามลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ที่บ้านวังปะโท่ บ้านท่าหวี บ้านวังตะเคียน และพงตึก โบราณวัตถุสถานที่พล เช่น ซากเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป พระพิมพ์ เสมาธรรมจักร ระฆังหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา และพบตะเกียงโรมันสำริดที่มีอายุราว พศ.600 นับเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดของไทย

สมัยอิทธิพลขอม
จากหลักฐานทางเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเมืองกาญจนบุรี คือ พงศาวดารเหนือ กล่าวว่า "กาญจนบุรีเป็นเมืองพญากง พระราชทานบิดาของพระยาพาน เป็นเมืองสำคัญของแคว้นอู่ทอง หรือสุวรรณภูมิ มีผู้สันนิษฐานว่าพญากงสร้างขึ้นราว พ.ศ.1350" ต่อมาขอมได้แผ่อิทธิพลนำเอาศาสนาพุทธมหายานเข้ามาประดิษฐานในเมืองกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานคือปราสาทเมืองสิงห์ เมืองครุฑ เมืองกลอนโด จนอำนาจอิทธิพลขอมเสื่อมลงไป

สมัยอยุธยาเป็นราชธานี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองกาญจนบุรีปรากฏชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ต้องกลายมาเป็นเมืองหน้าด่าน เพราะตั้งอยู่ติดกับประเทศคู่สงครามคือพม่า กาญจนบุรีจึงเป็นเส้นทางเดินทัพและสมรภูมิ ด้วยเหตุว่ามีช่องทางเดินติดต่อกับพม่า คือ ด่านพระเจดีย์สามองค์ และด่านบ้องตี้ จึงนับว่ามีความสำคัญที่สุดเมืองหนึ่งในทางยุทธศาสตร์ ยังปรากฏชื่อสถานที่ในพงศาวดารหลายแห่งเช่น ด่านพระเจดีย์สามองค์ สามสบ ท่าดินแดง พุตะไคร้ เมืองด่านต่าง ๆ เมืองกาญจนบุรีตั้งอยู่ในช่องเขาริมลำน้ำแควใหญ่มีลำตะเพินอยู่ทางด้านทิศเหนือ ด้านหลังติดเขาชนไก่ ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปประมาณ 14 กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกกันว่าเมืองกาญจนบุรีเก่ามีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 170x355 เมตร มีป้อมมุมเมืองก่อด้วยดินและหินทับถมกัน ลักษณะของการตั้งเมืองเหมาะแก่ยุทธศาสตร์ในสมัยนั้นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นซอกเขาที่สกัดกั้นพม่าที่ยกมาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ มุ่งจะไปตีเมืองสุพรรณบุรีและอยุธยาจำเป็นต้องตีเมืองกาญจนบุรีให้ได้เสียก่อน หากหลีกเลี่ยงไปอาจจะถูกกองทัพที่เมืองกาญจนบุรีตีกระหนาบหลัง ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมือง ป้องปราการ พระปรางค์ เจดีย์ และวัดร้างถึง 7 วัดด้วยกัน สมัยอยุธยานี้ไทยต้องทำสงครามกับพม่าถึง 24 ครั้ง กาญจนบุรีเป็นสมรภูมิหลายครั้ง และเป็นทางผ่านไปตีอยุธยาจนต้องเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 และต้องย้ายราชธานีใหม่

สมัยธนบุรีเป็นราชธานี
กรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่จากการกู้เอกราชโดยพระเจ้ากรุงธนบุรี ในสมัยนี้เกิดสงครามกับพม่าถึง 10 ครั้ง กาญจนบุรีเป็นสมรภูมิอีกหลายครั้ง เช่น สงครามที่บางกุ้ง และที่บางแก้ว ซึ่งมีสมรภูมิรบกันที่บริเวณบ้านหนองขาว

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี
เมื่อไทยย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพียง 3 ปี ก็เกิดสงครามใหญ่คือ สงคราม 9 ทัพ แต่ไทยสามารถยันกองทัพพม่าแตกพ่ายไปได้ ณ สมรภูมิรบเหนือทุ่งลาดหญ้า ในปีต่อมาก็ต้องทำสงครามที่สามสบและท่าดินแดงอีก และไทยตีเมืองทวาย จากนั้นจะเป็นการรบกันเล็กน้อยและมีแต่เพียงข่าวศึก เพราะพม่าต้องไปรบกับอังกฤษ ในที่สุดก็ตกเป็นเมืองขึ้น และเลิกรบกับไทยตลอดไป ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยุทธศาสตร์การรบเปลี่ยนไป โดยเหตุที่พม่าต้องนำทัพลงมาทางใต้เพื่อเข้าตี กรุงรัตนโกสินทร์ จำเป็นต้องมีทัพเรือล่องลงมาจากสังขละบุรี มาตามลำน้ำแควน้อยผ่านอำภอไทรโยคมายังปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้งสอง ด้วยเหตุนี้หลังจากสิ้นสงคราม 9 ทัพแล้ว จึงได้เลื่อนที่ตั้งฐานทัพจากเมืองกาญจนบุรี ที่ลาดหญ้า มาตั้งที่ตำบลปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้ง 2 สาย กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงอธิบายว่า "ที่จริงภูมิฐานเมืองปากแพรกดีกว่าเขาชนไก่ เพราะตั้งอยู่ในที่รวมของแม่น้ำทั้ง 2 สาย พื้นแผ่นดินที่ตั้งเมืองก็สูงแลเห็นแม่น้ำน้อยได้ไกล ป้อมกลางย่านตั้งอยู่กลางลำน้ำทีเดียว แต่เมืองกาญจนบุรีที่ย้ายมาตั้งใหม่นี้เดิมปักเสาระเนียดแล้วถมดินเป็นเชิงเทินเท่านั้น" ในสมัยรัชกาลที่ 2 กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ได้เสด็จออกมาขัดตาทัพ กำแพงเมืองก็คงเป็นระเนียดไม้อยู่ ต่อมาจนถึง พ.ศ.2374 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นเป็นถาวร ทั้งนี้โดยมีพระราชประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อติดต่อค้าขายกับเมืองราชบุรี ดังพระราชนิพนธ์เสด็จพระพาสไทรโยค กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "แต่มีเมืองปากแพรกเป็นที่ค้าขาย ด้วยเขาชนไก่เมืองเดิมอยู่เหนือมากมีแก่งถึงสองแก่ง ลูกค้าไปมาลำบาก จึงลงมาตั้งเมืองเสียที่ปากแพรกนี้เป็นทางไปมาแก่เมืองราชบุรีง่าย เมืองที่สร้างขึ้นใหม่ กว้าง 5 เส้น ยาว 18 วา มีป้อม 4 มุมเมือง ป้อมย่านกลางด้านยาวตรงหน้าเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้มีป้อมใหญ่อยู่ตรวเนิน ด้านหลังมีป้อมเล็กตรงกับป้อมใหญ่ 1 ป้อม" การสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่นี้ ดังปรากฏในศิลาจารึกดังนี้ ให้พระยาราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจเป็นพระยาประสิทธิสงครามรามภักดีศรีพิเศษประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค ์พระยากาญจนบุรี ครั้งกลับเข้าไปเฝ้าโปรดเกล้าฯว่าเมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองอังกฤษ พม่า รามัญ ไปมาให้สร้างเมืองก่อกำแพงขึ้นไว้จะได้เป็ฯชานพระนครเขื่อนเพชรเขื่อนขัณฑ์มั่นคงไว้แห่งหนึ่ง ในปัจจุบันกำแพงถูกทำลายลงโดยธรรมชาติและหน่วยราชการเพื่อประโยชน์อย่างอื่น เหลือเพียงประตูเมืองและกำแพงเมืองบางส่วน การปกครองของเมืองกาญจนบุรี
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประกอบด้วยเมืองด่าน 8 เมือง อยู่ในแควน้อย 6 เมือง แควใหญ่ 2 เมือง ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางยุทธศาสตร์ เพราะได้ตั้งให้พวกมอญอาสา มอญเชลย และกะเหรี่ยง เป็นเจ้าเมืองปกครองกันเอง เพื่อให้มีเกียรติศัพท์ดังออกไปเมืองพม่าว่ามีหัวเมืองแน่นหนาหลายชั้น และมีหน้าที่คอยตระเวณด่านฟังข่าวคราวข้าศึกติดต่อกันโดยตลอด เมื่อสงครามว่างเว้นลงแล้ว เจ้าเมืองกรมการเหล่านี้ก็มีหน้าที่ส่งส่วย ทองคำ ดีบุก และสิ่งอื่นๆ แก่รัฐบาลโดยเหตุที่ในสมัยนั้นมิได้จัดเก็บภาษีอากรจากพวกเหล่านี้แต่อย่างใด เมืองด่าน 7 เมือง(รามัญ 7 เมือง) ประกอบด้วยเมืองในสุ่มแม่น้ำแควน้อย 6 เมือง และแควใหญ่ 1 เมือง คือ

1. เมืองสิงห์
2. เมื่องลุ่มสุ่ม
3. เมืองท่าตะกั่ว
4. เมืองไทรโยค
5. เมืองท่าขนุน
6. เมืองทอผาภูมิ
7. เมืองท่ากระดาน
เมืองต่างๆ เหล่านี้ผู้สำเร็จราชการเมืองยังไม่มีพระนาม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นภาษาสันสกฤตแก่ผู้สำเร็จเมือง ดังนี้
1. เมืองสิงห์ เป็น พระสมิงสิงห์บุรินทร์ ปัจจุบันเป็นต้นสกุล สิงคิบุรินทร์ ธำรงโชติ
2. เมืองลุ่มสุ่ม เป็น พระนินภูมิบดี ปัจจุบันเป็นต้นสุกล นินบดี จ่าเมือง หลวงบรรเทา
3. เมืองท่าตะกั่ว เป็นพระชินติฐบดี ปัจจุบันเป็นต้นสกุล ท่าตะกั่ว ชินอักษร ชินหงสา
4. เมืองไทรโยค เป็น พระนิโครธาภิโยค ปัจจุบันเป็นต้นสกุล นิโครธา
5. เมืองท่าขนุน เป็นพระปนัสติฐบดี ปัจจุบันเป็นต้นสกุล หลักคงคา
6. เมืองทองผาภูมิ เป็น พระเสลภูมิบดี เป็นต้นสกุลเสลานนท์ เสลาคุณ
7. เมืองท่ากระดาน เป็นพระผลกติฐบดี เป็นต้นสกุล พลบดี ตุลานนท์

ครั้นเมื่อมีการปกครองตามระเบียบสมัยใหม่ ร.ศ.114 เมืองด่านเหล่านี้ถูกยุบลงเป็นหมู่บ้าน ตำบล กิ่งอำเภอ เป็นอำเภอบ้างตามความสำคัญของสถานที่ ดังนี้
1. เมืองทองผาภูมิ (เดิมเรียกว่าท้องผาภูมิ) ยุบลงเป็นหมูาบ้านอยู้ในเขตกิ่งอำเภอสังขละบุรี(ต่อมาเป็นอำเภอสังขละบุรี) ปัจจุบันเป็นอำเภอทองผาภูมิ
2. เมืองท่าขนุน(สังขละบุรี) ยุบลงเป็นกิ่งอำเภอสังขละบุรี ขึ้นต่ออำเภอวังกะ ซึ่งตั้งใหม่อยู่ห่างจากท่าขนุนขึ้นไป ตั้งที่ว่าการริมน้ำสามสบ ต่อมาอำเภอวังกะและกิ่งอำเภอสังขละบุรีได้ถูกเปลี่ยนฐานสลับกันหลายครั้ง และต่อมากิ่งอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่ที่ตำบลวังกะ เดิมขึ้นต่ออำเภอทองผาภูมิและเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอสังขละบุรี ส่วนกิ่งอำเภอสังขละบุรีเดิมตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน เปลี่ยนเป็นอำเภอทองผาภูมิ ตั้งแต่ พ.ศ.2492 เป็นต้นมา
3. เมืองไทรโยค ยุบลงเป็นกิ่งอำเภอวังกะ ใน พ.ศ.2492 ต่อมาได้โอนขึ้นกับ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ย้ายที่ทำการหลายครั้ง ปัจจุบันนี้ตั้งที่ทำการอยู่ที่ ตำบลวังโพธิ์ และได้ยกขึ้นเป็นอำเภอไทรโยค เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2506
4. เมืองท่าตะกั่ว ยุบลงเป็นหมู่บ้านอยู่ในตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค
5. เมืองลุ่มสุ่ม ยุบลงเป็นหมู่บ้านในตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค
6. เมืองสิงห์ ยุบลงเป็นหมู่บ้านอยู่ในตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ตามลำน้ำแควใหญ่ มีเมือง 2 เมือง คือ
1. เมืองท่ากระดาน ยุบลงเป็นหมู่บ้านอยู่ในกิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์(ปัจจุบันเป็นอำเภอศรีสวัสดิ์)
2. เมืองศรีสวัสดิ์ (ด่านแม่แฉลบ) ยุบลงเป็นกิ่งอำเภอไทรโยค (ปัจจุบันเป็นอำเภอศรีสวัสดิ์)
ในปี พ.ศ.2467 จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วยอำเภอและกิ่งอำเภอ ดังนี้
อำเภอเมือง ตั้งที่ทำการอยู่ตำบลปากแพรก ในกำแพงเมืองเก่า ประกอบด้วยกิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ , กิ่งอำเภอไทรโยค , กิ่งอำเภอบ่อพลอยปัจจุบันทั้ง 3 กิ่งอำเภอได้ยกฐานะเป็นอำเภอ
อำเภอท่าม่วง ตั้งที่ว่าการที่ตำบลท่าม่วง เดิมตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแม่กลองเรียกว่า อำเภอวังขนาย ครั้น พ.ศ. 2489 จึงย้ายมาสร้างใหม่ที่ตำบลท่าม่วงจนถึงปัจจุบัน 
อำเภอพนมทวน ตั้งที่ว่าการตำบลพนมทวน ก่อนเรียกว่าอำเภอบ้านทวน และก่อน ร.ศ. 120(พ.ศ.2445)เรียกว่าอำเภอเหนือ 
อำเภอท่ามะกา ตั้งที่ว่าอยู่ที่ตำบลท่ามะกา ก่อนเรียกตำบลพระแท่นอยู่ในเขตตำบลพงตึก ขึ้นกับจังหวัดราชบุรี และได้โอนมาสังกัดจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2480 
อำเภอทองผาภูมิ ตั้งที่ว่าอยู่ที่ตำบลท่าขนุน มีกิ่งอำเภอสังขละบุรีอยู่ในสังกัด

ภูมิศาสตร์และการปกครอง

เขตการปกครอง

จังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 13 อำเภอ 98 ตำบล 959 หมู่บ้าน 206 ชุมชน โดยทั้ง 13 อำเภอ มีดังนี้


อำเภอเมืองกาญจนบุรี

ที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี ถนนแสงชูโต ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ : 0-3451-1040 
Fax. : 0-3451-1040 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567


2.  อำเภอไทรโยค

ที่ว่าการอำเภอไทรโยค หมู่ที่ 1 ตำบลลุ่มสุ่ม

อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150

โทรศัพท์ : 034-591065 

Fax. : 034-591065 

Email : -

สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


3. อำเภอบ่อพลอย

ที่ว่าการอำเภอบ่อพลอย เลขที่ 54/1 ถนนสายใน ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย

จังหวัดกาญจนบุรี 71160
โทรศัพท์ : 0-3458-1236 กด 106 
Fax. : - 
Email : dopa71160.kan@gmail.com 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


4. อำเภอศรีสวัสดิ์

ที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์ หมู่ที่ 3 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 71250

โทรศัพท์ : 034-597-054 

Fax. : 034-597-054 

Email : 

สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


5. อำเภอท่ามะกา

ที่ว่าการอำเภอท่ามะกา ถนนแสงชูโต หมู่ที่ 2 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 71120
โทรศัพท์ : 034-694321,034541811 
Fax. : 0-34694321 
Email : thamaka71120@gmail.com 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


6. อำเภอท่าม่วง

ที่ว่าการอำเภอท่าม่วง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี 71110
โทรศัพท์ : 0-3461-1040 
Fax. : 0-3462-6651 
Email : thamuang37106@gmail.com 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


7. อำเภอทองผาภูมิ

ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180
โทรศัพท์ : 034-599745 
Fax. : 034-599745 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


8. อำเภอสังขละบุรี

ที่ว่าการอำเภอสังขละบุรี ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71240
โทรศัพท์ : 0-3459-5094,034-595120 
Fax. : 0-3459-5120 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


9. อำเภอพนมทวน

ที่ว่าการอำเภอพนมทวน หมู่ที่ 3 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี 71140
โทรศัพท์ : 0-3457-9246 
Fax. : 0-3457-9246 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


10. อำเภอเลาขวัญ

ที่ว่าการอำเภอเลาขวัญ ถนนเลาขวัญ-สระกระโจม ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี 71210
โทรศัพท์ : 0-3457-6114 
Fax. : 0-3457-6114 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


11. อำเภอด่านมะขามเตี้ย

ที่ว่าการอำเภอด่านมะขามเตี้ย หมู่ที่ 1 ตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี 71260
โทรศัพท์ : 0-3464-2290 
Fax. : 0-3464-2290 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


12. อำเภอหนองปรือ

ที่ว่าการอำเภอหนองปรือ ถนนเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี 71220
โทรศัพท์ : 0-3464-5236 
Fax. : 0-3464-5216 
Email : 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 


13. อำเภอห้วยกระเจา

ที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา เลขที่ 399 ถนนบ่อพลอย-อู่ทอง หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี 71170
โทรศัพท์ : 0-3451-0345 
Fax. : 0-3451-0345 
Email : kan.hkj1318@gmail.com 
สายตรงศูนย์ดำรงธรรม 1567 

10 โรงแรมและที่พักในจังหวัดกาญจนบุรี

1. 328 บาท โรงแรม Home of river Kwai ห่างจากใจกลางเมือง 1.6 กม.

2. 450 บาท โรงแรม VN Guesthouse ห่างจากใจกลางเมือง 1.3 กม.

3. 620 บาท โรงแรม Naiya Place ห่างจากใจกลางเมือง 650 เมตร

4. 670 บาท โรงแรม Hop Inn ห่างจากใจกลางเมือง 1.3 กม. 

5. 797 บาท โรงแรม Makan Resort ห่างจากใจกลางเมือง 4.2 กม.

6. 850 บาท โรงแรม Baanchaokoh Homestay ห่างจากใจกลางเมือง 550 เมตร

7. 946 บาท โรงแรม Serene Residence ห่างจากใจกลางเมือง 950 เมตร

8. 1291 บาท โรงแรม Kanchanaburi City ห่างจากใจกลางเมือง 3.5 กม.

9. 2295 บาท โรงแรม Royal River Kwai Resort ห่างจากใจกลางเมือง 9 กม.

10. 5636 บาท โรงแรม Cross River Kwai ห่างจากใจกลางเมือง 10 กม. 

10 ร้านอาหารที่คุณไม่ควรพลาดในจังหวัดกาญจนบุรี

1. ครัวซุกโดน เปิด 10:00 - 21:30 น.

โทร. 097 446 9464

2. The floating Restaurant เปิด 9:00 - 22:00 น.

โทร. 092 226 5656

3. ร้านพริกแกง เปิด 11:00 - 20:00 น.

โทร. 034 589 9185 

4. ร้านแพหน้าเมือง เปิด 11:00 - 23:00 น. 

โทร. 099 196 5662

5. ร้านคีรีธารา เปิด 10:00 - 22:30 น.

โทร. 034 513 855

6. ร้านแพอาหารคุณอี๊ด เปิด 10:00 - 20:00 น.

โทร. 097 445 6142

7. ร้านคีรีมันตรา เปิด 10:00 - 22:00 น.

โทร. 034 540 889

8. ร้านครัวอนงค์ เปิด 9:30 - 22:00 น. 

โทร. 081 736 5064, 034 540 322

9. ครัวผักหวานบ้านไร่นฤบดินทร์ (อำเภอไทรโยค)

 เปิด 8:00 - 20:00 น. โทร. 086 384 1450

10. ร้านอาหารเรณู (อำเภอไทรโยค) เปิด 8:00 - 20:00 น. โทร. 081 880 1987

11. ร้านบ้านลุงชวนสวนป้าติ๋ว (อำเภอเมือง) เปิด 10:00 - 21:00 น. โทร. 098 898 5214

12. ร้านอาหารคุณลุง ริมแคว (อำเภอเมือง) เปิด 9:00 - 21:00 น. โทร. 081 772 2993

13. ร้านแพห้อยขาพาชิล (อำเภอเมือง) เปิด 10:00 - 21:00 น. โทร. 081 587 5159

14. ร้านอาหารปลากาญน์ ล็อคโฮม (อำเภอเมือง) เปิด 11:30 - 22:00 น. โทร. 034 540 550, 062 395 8222